ผู้เขียน หัวข้อ: ความสูญเสียครั้งสำคัญ  (อ่าน 5202 ครั้ง)

oleole

  • บุคคลทั่วไป
ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« เมื่อ: 10/10/06, 22:54:30 »


              เรื่องท่เราจะเล่าให้เพื่อนเพื่อนฟังต่อไปนี้เราอยากเล่าไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจคนทุกคนจากประสบการณืจริงของเราเอง
              เมื่อ2ปีท่แล้วเรามีปัญหาส่วนตัวหลายด้านท่แก้ไม่ตก เราเลยไปเยี่ยมเพื่อนสนิทคนนึงท่บวชแล้วไม่ยอมสึกอย่ในวัดป่าท่ อุบลราชธานี ด้วยความอยากพักผ่อนและเยี่ยมเพื่อนไปด้วย  ประกอบกับได้ยินมาว่าหลวงพ่อเจ้าอาวาสเป็นพระปฏิบัติดี มีณานหยั่งร้เราเลยอยากไปนมัสการท่านด้วย  เมื่อไปถึงและได้พบท่าน เราก้อสบโอกาสจะถามด้วยความสงสัยในเรื่องท่แก้ไม่ตก แต่ท่านกลับบอกกับเราว่า เราไม่เคยเข้าวัดเลย ให้อย่ปฏิบัติธรรมก่อน "อย่าออกจากวัดก่อนเดือนเกิด อยู่สร้างบารมีก่อน" ด้วยความที่ท่านดูไม่ธรรมดา กอปรกับลางสังหรณ์เราบอกให้เชื่อท่านเพราะ ท่านทักอะไรถูกเยอะ เลยตัดสินใจลองอย่วัดดู "อย่างน้อยก้อ ลองเปลี่ยนบรรยากาศ คิดซะว่า อย่เป็นเพื่อนๆเราละกัน"
             ชีวิตในวัดป่าสงบ เรียบง่ายและสบาย สบาย เป็นครั้งแรกท่เราร้ว่าการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่มีเงินเป็นปัจจัยสำคัญเป็นยังงัย  แต่ความลำบากและเหนื่อยก้อมี ตอนแรกเราไม่ที่ยอมรับของกลุมพระผ้ใหญ่หลายคน ด้วยความที่เราเป็นคนตามใจตัวเอง เผลอเรอ  และมุกมองที่ไม่เหมือนกันของคนที่มาจากคนละที่ แต่ด้วยความตั้งใจว่าจะต้องอย่ให้ได้  ในที่สุดการเป็นล่ามให้กับพวกฝรั่งที่มาศึกษา ปฏิบัติ กรรมฐานที่วัดทำให้เราได้รับการยอมรับในที่สุด
             จนกระทั่งเมื่อใกล้เดือนเกิดเรา ตามที่หลวงพ่อกำหนด วันหนึ่งเราได้รับโทรศัพท์จากน้องเราว่า"กลับกรุงเทพด่วน มาดูใจพ่อ"  เราตกใจไม่มาก เพราะ พ่อเราท่านอายุมากแล้ว ประกอบกับท่านเป็นอัลไซเมอร์มา 10ปีตั้งแต่เราเริมเรียนปี 1 ทำให้เราค่อนข้างทำใจได้ ด้วยความช่วยเหลือจากคนที่วัด เราเลยได้เที่ยวบินไฟท์ต่อไปทันที  หลังจากกราบลาหลวงพ่อแล้วเราก้อเตรียมตัวบอกลาชีวิตแบบสงบ และสมถะเพือ่กลับบ้านซะที
            ที่โรงพยาบาลลเซนหลุยส์ ญาติพี่น้องเราอย่ครบ ขาดแต่เราเป็นคนสุดท้าย พ่อเราดูผอมมาก นอนมีสายนำเกลือ ลืมตา ที่แปลกคือนำตาท่านไหลเหมือนท่านร้ว่า อะไรยังไง "ป๊ายังไม่ยอมไป ป๊ารอโอเล่อย่"
พี่สาวเราบอก ป๊าไม่รับร้อะไรมานานแล้ว แต่เมื่อเราดูใจป๊าสักพัก ป๊าเหนื่อยมาก อาเราเลยให้หมอฉีดยาเพื่อให้ท่านไปอย่างไม่ทรมาน
            งานศพพ่อวุ่นวายมาก เนื่องจากพ่อเป็นที่นับหน้าถือตาและคนร้จักเยอะ ทำให้มีคนมาตลอด ที่น่าดีใจคือ่เพื่อนเพื่อนเรามากันครบ ถึงแม้ปกติต่างคนก้อต่างว่นโทรยังไม่ค่อยได้โทร แต่เพื่อนอัสสัมไม่เคยทิ้งกันจริงจริง  ความว่นวายและการตอบคำถามญาติและคนร้จักทำให้เราแทบไม่มีเวลานึกถึงแม่ ไม่มีเวลาจะเจียด แม้กระทั่งเอะใจว่าแม่ไปไหนเพราะแม่เราไม่ค่อยสุงสิงกับญาติฝั่งพ่อมานาน เราเลยกะว่าพอเสร็จงานเราจะค่อยไปหาแม่ละกัน
          ใกล้วันสุดท้ายของงานศพ เราไปกินข้าวกับพี่และน้องเราที่เซนทรัลพระรามสาม ทันทีที่พี่เราวางสายโทรศัพท์ก้อบอกเราให้เคบิลและออกจากห้างทันที "มากับกูหน่อยมีธุระสำคัญ " เมื่อถึงรถพี่เราก้ออาสาจะขับรถเราแทนเรา เราเอะใจนิดหน่อย ระหว่างทางเลยถามว่า จะไปไหน ขับรถแทนกูทำไม กลัวกูหนีเหรอ ไม่ลืมหรอกว่าต้องไปงานศพป๊า พี่เราหันมา

ออฟไลน์ pui

  • Administrator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1268
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: 11/10/06, 00:24:59 »
สวัสดีโอเล่
ทุกคนต้องตายครับ
พระท่านบอกว่า ต่างกัน ตรงที่ เวลาตาย สถานที และอาการตาย
ในพระไตรปิฎก มีชาดกหนึ่ง สมัยที่พระพุทธเจ้าเกิดเป็นพราหมณ์
ได้เจริญมรณานุสติตลอด เมื่อบุตรชายถูกงูกัดตายต่อหน้าก็ไม่ได้
เสียใจอะไร กลับวางทิ้งไว้ก่อน แล้วไปทำงานต่อและนัดให้ที่บ้าน
มากันให้ครบ ครอบครัวของพราหมณ์นั้นมากันพร้อม และตั้งวงกิน
ข้าวกันจนอิ่มหนำแล้ว จึงจัดการตั้งปะรำและเผาศพ มีผู้ถามพราหณ์
ท่านนั้นว่า ลูกชายท่านตายเหตุใดจึงไม่โศกเศร้า ท่านตอบว่า
"ป่วยการไปใยที่จะร้องให้เศร้าโศกเสียใจไปกับ คราบงู ที่งูลอกทิ้ง
เอาไว้ มนุษย์ก็เช่นเดียวกัน ป่วยการที่จะร้องให้ให้กับซากที่ตายไปแล้ว"

ออฟไลน์ Impreza

  • Real_ac108
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 145
    • อีเมล์
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: 31/07/08, 20:24:07 »


              เรื่องท่เราจะเล่าให้เพื่อนเพื่อนฟังต่อไปนี้เราอยากเล่าไว้เป็นอุทาหรณ์สอนใจคนทุกคนจากประสบการณืจริงของเราเอง
              เมื่อ2ปีท่แล้วเรามีปัญหาส่วนตัวหลายด้านท่แก้ไม่ตก เราเลยไปเยี่ยมเพื่อนสนิทคนนึงท่บวชแล้วไม่ยอมสึกอย่ในวัดป่าท่ อุบลราชธานี ด้วยความอยากพักผ่อนและเยี่ยมเพื่อนไปด้วย  ประกอบกับได้ยินมาว่าหลวงพ่อเจ้าอาวาสเป็นพระปฏิบัติดี มีณานหยั่งร้เราเลยอยากไปนมัสการท่านด้วย  เมื่อไปถึงและได้พบท่าน เราก้อสบโอกาสจะถามด้วยความสงสัยในเรื่องท่แก้ไม่ตก แต่ท่านกลับบอกกับเราว่า เราไม่เคยเข้าวัดเลย ให้อย่ปฏิบัติธรรมก่อน "อย่าออกจากวัดก่อนเดือนเกิด อยู่สร้างบารมีก่อน" ด้วยความที่ท่านดูไม่ธรรมดา กอปรกับลางสังหรณ์เราบอกให้เชื่อท่านเพราะ ท่านทักอะไรถูกเยอะ เลยตัดสินใจลองอย่วัดดู "อย่างน้อยก้อ ลองเปลี่ยนบรรยากาศ คิดซะว่า อย่เป็นเพื่อนๆเราละกัน"
             ชีวิตในวัดป่าสงบ เรียบง่ายและสบาย สบาย เป็นครั้งแรกท่เราร้ว่าการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขโดยไม่มีเงินเป็นปัจจัยสำคัญเป็นยังงัย  แต่ความลำบากและเหนื่อยก้อมี ตอนแรกเราไม่ที่ยอมรับของกลุมพระผ้ใหญ่หลายคน ด้วยความที่เราเป็นคนตามใจตัวเอง เผลอเรอ  และมุกมองที่ไม่เหมือนกันของคนที่มาจากคนละที่ แต่ด้วยความตั้งใจว่าจะต้องอย่ให้ได้  ในที่สุดการเป็นล่ามให้กับพวกฝรั่งที่มาศึกษา ปฏิบัติ กรรมฐานที่วัดทำให้เราได้รับการยอมรับในที่สุด
             จนกระทั่งเมื่อใกล้เดือนเกิดเรา ตามที่หลวงพ่อกำหนด วันหนึ่งเราได้รับโทรศัพท์จากน้องเราว่า"กลับกรุงเทพด่วน มาดูใจพ่อ"  เราตกใจไม่มาก เพราะ พ่อเราท่านอายุมากแล้ว ประกอบกับท่านเป็นอัลไซเมอร์มา 10ปีตั้งแต่เราเริมเรียนปี 1 ทำให้เราค่อนข้างทำใจได้ ด้วยความช่วยเหลือจากคนที่วัด เราเลยได้เที่ยวบินไฟท์ต่อไปทันที  หลังจากกราบลาหลวงพ่อแล้วเราก้อเตรียมตัวบอกลาชีวิตแบบสงบ และสมถะเพือ่กลับบ้านซะที
            ที่โรงพยาบาลลเซนหลุยส์ ญาติพี่น้องเราอย่ครบ ขาดแต่เราเป็นคนสุดท้าย พ่อเราดูผอมมาก นอนมีสายนำเกลือ ลืมตา ที่แปลกคือนำตาท่านไหลเหมือนท่านร้ว่า อะไรยังไง "ป๊ายังไม่ยอมไป ป๊ารอโอเล่อย่"
พี่สาวเราบอก ป๊าไม่รับร้อะไรมานานแล้ว แต่เมื่อเราดูใจป๊าสักพัก ป๊าเหนื่อยมาก อาเราเลยให้หมอฉีดยาเพื่อให้ท่านไปอย่างไม่ทรมาน
            งานศพพ่อวุ่นวายมาก เนื่องจากพ่อเป็นที่นับหน้าถือตาและคนร้จักเยอะ ทำให้มีคนมาตลอด ที่น่าดีใจคือ่เพื่อนเพื่อนเรามากันครบ ถึงแม้ปกติต่างคนก้อต่างว่นโทรยังไม่ค่อยได้โทร แต่เพื่อนอัสสัมไม่เคยทิ้งกันจริงจริง  ความว่นวายและการตอบคำถามญาติและคนร้จักทำให้เราแทบไม่มีเวลานึกถึงแม่ ไม่มีเวลาจะเจียด แม้กระทั่งเอะใจว่าแม่ไปไหนเพราะแม่เราไม่ค่อยสุงสิงกับญาติฝั่งพ่อมานาน เราเลยกะว่าพอเสร็จงานเราจะค่อยไปหาแม่ละกัน
          ใกล้วันสุดท้ายของงานศพ เราไปกินข้าวกับพี่และน้องเราที่เซนทรัลพระรามสาม ทันทีที่พี่เราวางสายโทรศัพท์ก้อบอกเราให้เคบิลและออกจากห้างทันที "มากับกูหน่อยมีธุระสำคัญ " เมื่อถึงรถพี่เราก้ออาสาจะขับรถเราแทนเรา เราเอะใจนิดหน่อย ระหว่างทางเลยถามว่า จะไปไหน ขับรถแทนกูทำไม กลัวกูหนีเหรอ ไม่ลืมหรอกว่าต้องไปงานศพป๊า พี่เราหันมา

อ่า....ไม่จบ อยากอ่านต่อ กำลังไคล์แมกซ์เลย

ออฟไลน์ Sha

  • Real_ac108
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 166
  • MARSH
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: 15/02/09, 00:14:33 »
หายไปเลย เขียนยังไม่จบ ไม่ละล้าบละล้วงเล่าแทนนะ

ออฟไลน์ pui

  • Administrator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1268
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: 17/02/09, 01:43:27 »
การให้กำลังใจสำคัญที่สุดครับ รับรอง เพราะพ่อผมตอนเป็นใหม่ๆก็ต้องฉุดกระชากลากถู
ไม่งั้นจะเก็บตัวอย่างเดียว คนอยู่รอบๆสำคัญที่สุด กำลังใจสำคัญที่สุด และตัวเองต้อง
อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองก็สำคัญกว่าสิ่งอื่นๆทั้งหมด ปัจจุบันพ่อผมก็ไม่ต้องกินยาอะไรแล้ว
สำคัญคือ ต้องอย่าขี้เกียจ อย่าเก็บตัว ออกกำลังกายเยอะ คุยๆกับเพื่อนบ่อยๆ ว่างๆก็ไป
ทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรมด้วยจะดีมากๆ ทำชีวิตให้สมดุล ไว้จะค่อยๆเล่าให้ฟัง มีวิธี
108 ในการพัฒนาตัวเองไม่ให้ตกลงด้านมืด เพราะเจอมากับตัวน่ะเลยอยากเล่าให้ฟัง


ออฟไลน์ KanT

  • Real_ac108
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 228
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: 17/02/09, 02:19:32 »
ก็เป็นกำลังใจให้ครับต้องลุกขึ้นมาให้ได้

ออฟไลน์ jexac108

  • Real_ac108
  • Jr. Member
  • *
  • กระทู้: 90
    • อีเมล์
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: 17/02/09, 11:14:28 »
อยากเป็นกำลังใจให้เหมือนกัน  เราก็เคยเจอชีวิตที่ไม่ดีมา แต่คงไม่หนักเท่าโอเล่ และตอนนั้นเราก็คิดว่าเรายังโชคดีอยู่บ้า คนอื่นยังแย่ยิ่งกว่าเราอีกเยอะแยะ  เขายังสู้ชีวิตเลย เช่นคนตาบอดบางคนที่ยังสามารถสู้ชีวิตอยู่ได้ หรือคุณลัดดาวัลย์ที่เป็นทหารอยู่เมกา เสียขาสองข้างไป ก็ยังสู้ชีวิตอยู่  แล้วเรามีแขนขาครบ ตาก็ไม่บอดทำมัยจะทำไม่ได้ 
ขอให้มองโลกในแง่ดีขึ้น ใครที่ว่าเรา ให้จำหน้ามันไว้ และคิดไว้ว่า สักวันจะทำชีวิตให้ดีขึ้นกว่าที่มันเป็นอยู่ สู้สู้  เอาใจช่วย

ถึงเพื่อนๆคนอื่น ถ้าวันไหนจะไปหามัน ให้บอกด้วย จะได้ไปด้วย  และอยากให้ช่วยกันคิดว่าจะทำยังงัยให้มันต้องพึ่งตัวเองอยู่ได้ ไม่ใช่รวมตังค์กันไปให้ก็จบ  ทำอย่างนั้นก็เหมือนรัดตะบานเอาตังค์ไปให้ประชาชน แต่ไม่สอนว่าจะสามารถนำไปต่อยอดได้ยังงัย มันก็หมดไปในเวลาไม่นาน ใช่มะ

ตอนนี้คิดอยู่ ว่าจะทำยังงัย  เพื่อนๆช่วยกันระดมหัวด้วย

แล้วช่วยบอกด้วยว่าโอเล่ ชอบทำอะไร แนวไหน สู้งานป่าว เผื่อจะได้หาอะไรที่ใกล้เคียงกับที่มันอยากทำ

ออฟไลน์ KanT

  • Real_ac108
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 228
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: 17/02/09, 20:41:36 »
บางทีถ้าออกมาเจอเพื่อนๆบ้าง พูดคุยเรื่องอื่นบ้างจะดีขึ้นมั้ยอ่ะพี่ปุ๋ย แบบ คุยกันอำกันสมัยเด็กๆอ่ะครับคือลืมเรื่องไม่ดีไปก่อน ผมว่าไม่วาเรื่องราวจะเป็นอย่างไร บางทีคนที่ไม่ดีกะเราอาจมีเหตุผลอยากให้เราได้ดีก็ได้  แต่เค้าอาจไม่เข้าใจเราก็ได้ ก็เลยทำให้เรารู้สึกไม่ดี ตอนนี้สำคัญก็คือพยายามให้โอเล่ลุกขึ้นมาก่อน อดีตก็คือเหตุการณ์หนึ่ง จบไปแล้ว เราก็ต้องเริ่มเหตุการณ์ใหม่ขึ้นมา คือบางทีผมก็เป็นเหมือนกันแต่พอคิดได้ว่าพรุ่งนี้ก็เป็นอีกเหตุการณ์นึงทำให้มีกำลังใจคิดใหม่ทำใหม่ มนุษย์ธรรมดาอย่างปุ๋ยว่ามีสุขทุกข์ครับ

ออฟไลน์ pui

  • Administrator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1268
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: 17/02/09, 22:42:36 »
ครับผม แล้วแต่ ใครจะทำอะไรขอให้เป็นเรื่องดี แล้วให้โอกาสบ่อยๆ
น่าจะโอเคนะ  ;D กูเชื่อว่า พวกตุ๊ด เป็นคนขยัน แต่พอดีมาเจอ
เรื่องเหล่านี้ เป็นกูก็คงช็อกเหมือนกันแหละ อย่าว่าแต่มันเลย

เพื่อนๆเราในกลุ่มโอเล่ ก็เห็นขยันๆกันทุกคนแหละ  ;D
คนธรรมดา รับรองขี้เกียจกว่าุอยู่แล้ว ไม่งั้นต้องหาตังเพื่อครอบ
ครัวแล้วยังต้องหาตังเพื่อเสริมอีก

ตรงไปเปล่าหว่า  :o

ออฟไลน์ Sha

  • Real_ac108
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 166
  • MARSH
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: 18/02/09, 01:30:44 »
ก็หาไว้เพราะตอนแก่ไม่มีคนดูแลไง ...

ออฟไลน์ pui

  • Administrator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1268
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: 19/02/09, 01:40:55 »
ถึง โอเล่

ด้วยใจจริง เราไม่มีเจตนาที่ไม่ดี ที่จะทำให้เกิดเรื่องอะไรก็ตาม
ที่ทำให้นายเสียใจ แม้ว่าเราจะไม่เคยมีอาการทางจิตอย่างนาย แต่เราก็พอเข้าใจ
อาการต่างๆได้บ้างเนื้องจาก เราก็เคยเป็นมาบ้าง หรือ พ่อเราก็เป็นมาบ้างเหมือนกัน
พ่อเรายิ่งอาการหนักมากๆ ขังตัวเองอยู่ในห้องนานถึง 7 วัน โดยไม่กินอะไร
แล้วก็สติฟั่นเฟือนไปพักใหญ่ๆ และต้องกินยายาวนานถึง4-5 ปีแล้วค่อยๆลดตัวยา
ลงทีละน้อย  เราขอให้กำลังใจนาย เพราะรู้ว่าคนเป็นโรคนี้เมื่ออาการเริ่มทุเลาลงแล้ว
การจะเดินต่อไปนั้นทำได้ยากยิ่ง ต้องล้มลุกคลุกคลานและเริ่มต้นใหม่บ่อยๆ
       ฉันก็พอจะเข้าใจว่านายหมดที่พึ่งทางครอบครัว ยังไงนายก็ยังพอมีเพื่อนๆ
อย่างน้อยก็อยู่ให้ ฉัน เสือโชค หรือใครก็ตามที่ต้องการให้นายมีชิวีตอยู่ต่อไป ให้
พวกเราได้ภูมิใจว่า เพื่อนฉันมันสู้มันดิ้นรน ต่อสู้อย่างสุดใจ เพื่อให้ยืนได้บนลำ
แข้งของตัวเอง แม้จะล้มแล้วล้มอีก ร้องไห้แล้วร้องไห้อีก ระแวงแล้วระแวงอีก
โดนดูถูกจากคนอื่นแล้วคนอื่นอีก
        ยังไงก็ตามฉันยืนยันว่าโลกที่นายจะเดิน หรือทางที่จะเดินแล้วล้มบนฟูกนั้นมี
อยู่ แต่เป็นทางที่เดินด้วยความลำบากสาหัสกว่าที่นายเดินมาเป็นร้อยเท่าในตอนที่จะ
เริ่มเดิน เมื่อเดินไปได้เพียง1ก้าว นายก็จะโล่งเบาโปร่งสบายในจิตใจได้ถึง 100 ก้าว
เพียงเมื่อเริ่มเดินไปได้ในระยะต้นๆ นายก็จะหลุดพ้นจากสภาวะดังกล่าวได้ในไม่กี่ปี
มันเป็นทางที่เดินยากลำบากมากๆ และทางที่เดินไปนั้นแคบมากๆ แต่เมื่อเดินออกไปๆ
ทางจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ จนพบว่าเป็นจุดที่ดีมากจริงๆจะเสียใจมากๆถ้าเราไม่เดินมา
ที่นี่ เพราะจิตใจก็สงบเยือกเย็น ไร้กังวล มีความเป็นมิตรและเป็นกลางมากมาย

ให้กำลังใจเสมอ
ปุ๋ย



ออฟไลน์ Impreza

  • Real_ac108
  • Full Member
  • *
  • กระทู้: 145
    • อีเมล์
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: 21/02/09, 23:02:47 »
เป็นกำลังใจให้ทุกๆ คนด้วย  ;)

ออฟไลน์ pui

  • Administrator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1268
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: 22/02/09, 11:53:15 »
เพื่อนในรุ่นถ้าต้องการช่วยเหลือโอเล่ โปรดอีเมลมาคุยกับผมก่อน
ทำความเข้าใจก่อนสักนิดนึง จะได้ไม่มีเรื่องอะไรคลางแคงใจครับ
หรือจะโทคุยกันก็ได้

pui_108108@hotmail.com

ออฟไลน์ นายต่อสุดหล่อ..

  • Real_ac108
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 4
  • กูรู ผู้ชี้ทางสว่าง
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: 24/02/09, 13:21:41 »
ไอ้ ship หายเอ้ย..

ชาตินึงตูถึงจะเข้ามาซักที เข้ามาปุ๊ปก้อเจอเรื่องเศร้าปั๊ป

พี่อ้โอเล่ คืออ้หำเอสโซ่ ใช่ไหมหว่า..??

ออฟไลน์ bekrub

  • Real_ac108
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 6
Re: ความสูญเสียครั้งสำคัญ
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: 24/02/09, 21:13:11 »
 :)เฮ้ย.............เพิ่งรู้จากไอ้ง่อยวันนี้ว่ามีเวปนี้  แล้วได้เข้ามาอ่าน

ยังงัยก็สู้ๆน่ะโอเล่  บีก็เคยสูญเสีย แต่ก็ได้เพื่อนๆ อัสสัมนี่ล่ะช่วยเหลือมาจนทุกวันนี้

เราขอเป็นกำลังใจให้ อีกหนึ่งคนน่ะ