ผู้เขียน หัวข้อ: พระขุนแผนวัดบ้านกร่าง พิมพ์พระประธาน  (อ่าน 8304 ครั้ง)

ออฟไลน์ kimhyunwoo

  • Real_ac108
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 41
    • อีเมล์
ถ้าจะเช่าพระพิมพ์นี้สภาพสวยกิ๊บล่ะก็  ราคาไปไกลมากแล้ว ต้องมีสองแสนขึ้น
ส่วนของผม สภาพ 60% พระพักตร์ พระชงฆ์ซ้าย (แข้ง) และพระชานุซ้าย (เข่า) ค่อนข้างเลือน
เปิดราคาไว้ที่ 65000 บาท ใครสะสมพระก็มาคุยกันดู


« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31/03/10, 17:48:39 โดย kimhyunwoo »

ออฟไลน์ kimhyunwoo

  • Real_ac108
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 41
    • อีเมล์
รีวิว ประวัติการสร้างให้นิดนึง
ครือว่าเมื่อสมัย ไทยรบกับหงสาฯครั้งที่ 1 ที่พระนเรศวรประกาศอิสรภาพกับพม่า อโยธยาไม่ขึ้นต่อหงสาฯอีกต่อไป
ทุกครั้งในการรบก็จะมีการปลุกระดมขวัญกำลังใจแก่ทหารเพื่อสู้ศึก พระองค์ก็ทรงพระราชทานแจกจ่ายแก่ขุนศึกที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่
ท่านทุกผู้ทุกนาม ในการรบกับหงสาฯก็มีหลายครั้งมาก ไม่ได้ค้นคว้าประวัติศาสตร์มาแต่ก็เอาว่าหลายละกัน ทุกครั้งขุนทหารออกรบก็จะได้รับ
พระพิมพ์ต่างๆที่ พระองค์ทรงพระราชทานให้ มีตั้งแต่ พิมพ์เทวดาสิบเอก พิมพ์ก้างปลา พิมพ์แขนอ่อน พิมพ์หน้ากลม พิมพ์หน้ามงคลเล็ก
พิมพ์ทรงพลเล็ก พิมพ์ทรงพลใหญ่ พิมพ์ห้าเลี่ยมอกเล็ก พิมพ์ห้าเหลี่ยมกระเบื้องเคลือบ (กรุวัดใหญ่ชัยมงคล ปัจจุบันเป็นล้านแล้ว)
ทีนี้ที่ชื่อพระขุนแผนนี่บอกตรงๆนะไม่ทราบ แต่พิมพ์พระที่เกิดขึ้นจากการกดโดยมือคนแล้วเอามาสุมบนกองไฟเพื่อไล่ความชื้นของเนื้อดินในสมัยนั้น
ตามภูมิปัญญาบรรพชนที่กะลังทำสงครามน่ะก็ได้พระหลากหลายความเข้มความดำมาก พูดง่ายๆ QC ไม่ค่อยดีอ่ะ รูปพระปางสมาธิที่เห็นนั่นก็คือ
พระพุทธชินราชของเมืองพิษณุโลกสองแควน่ะเอง
        แล้วก็เป็นตามธรรมเนียมการรบทัพจับศึกสมัยนั้นเมื่อทหารกลับบ้านก็จะให้นำเครื่องรางและของขลังไปเก็บไว้ในกรุ ไม่เอามาเก็บไว้ในบ้าน
ต่างกะสมัยนี้มีการเอาพี่เอ็มมาเก็บบ้านพักเป็นที่ระลึกอีกแน่ะ กรุวัดที่บรรจุไว้ก็คือ วัดบ้านกร่างจังหวัดสุ 1000 ของพี่เติ้งเรานี่เอง และใครล่ะมือดี
ไปเอาพระออกมาก็ชาวบ้านน่ะแหละ แตกกรุไปตั้งแต่ประมาณ พศ. 2480 โน่นไม่ใช่ว่าจะแตกโพละทีเดียวนะ เค้าก็ทยอยเอาออกมาน่ะแหละ

ออฟไลน์ kimhyunwoo

  • Real_ac108
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 41
    • อีเมล์
โดยส่วนตัวผมแล้วก็ไม่ใช่เซียนพระหรือรักสะสมพระเครื่องหรอก แต่ว่าแต่ละองค์ก็ได้มาในลักษณะคนอยากปล่อยให้ราคาเบาหน่อย
หรือร้อนเงินอยากปล่อยออกราคาตึงๆ ประเภทนี้นักเล่นพระเค้าเรียกว่า ช้วน น่ะขอรับ ไอ้ครั้นจะไปซื้อกะเซียนใหญ่ที่พันธุ์ทิพย์หรือมณเทียรพลาซ่า
ก็ไม่ไหวอ่ะ เล่นเราทีหัวแตก ในวงการพระเครื่องเค้าก็มีกันอยู่สองสามชมรมหลักนะ
1 สมาคมพระเครื่อง พระบูชา ไทย
2 ชมรมพระเครื่องมณเทียรพลาซ่า
3 ชมรมพระเครื่องท่าพระจันทร์
พูดง่ายๆก็คือ สนามพระแต่ละแห่งก็เป็นชื่อชมรมนั้นๆ
ตอนนี้บรรดาเซียนใหญ่ที่เทริน์โปรตัวเองจากอาชีพหมอก็มีอยู่ สองเจ้า คือ มาณพพระเครื่อง การันตีพระ และก็หมอต้นจากเสี้ยนพระดอทคอม
ไว้มาต่อคราวหน้าคำศัพท์ที่นักเลงพระใช้สื่อสารกัน

ออฟไลน์ pui

  • Administrator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1268
มีพุทธคุณอะไรครับ  ;D ;D ;D ;D

ออฟไลน์ kimhyunwoo

  • Real_ac108
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 41
    • อีเมล์
พุทธคุณดั่งพระพุทธชินราช พิมพ์สังฆาติสั้นหรือยาว ที่หล่อด้วยทองเหลือง ปี 2485 รูปนี้เป็นพิมพ์แต่งใหม่ วงการนิยมไม่มากนัก



วงการพระเครื่องมีสามส่วน
1 พุทธคุณ
2 พุทธศิลป์
3 พุทธพาณิชย์     รู้สึกจะเรียงกัน 3-2-1 นะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 1/04/10, 13:37:34 โดย kimhyunwoo »

ออฟไลน์ kimhyunwoo

  • Real_ac108
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 41
    • อีเมล์
ศัพท์นักเลงพระ วันนี้    "ตกควาย"  หมายถึง การถูกซื้อพระไปขายต่อได้กำไรมากกว่าที่เราขายได้หลายช่วงตัว
         เช่น นายป๋อง ได้พระเหรียญหลวงพ่อคูณ ปี 2512 มาจากชาวบ้านในราคา สองพันบาท โดยชาวบ้านไม่รู้ว่าราคากลางเท่าไรในวงการ
(เหรียญรุ่นนี้ในสนามพระสภาพพอใช้หมื่นปลายกะแสนต้น) ก็เท่ากับ นายป๋อง "ตกควาย" ชาวบ้านคนนั้นไป   
         แต่ถ้าหากนายป๋องถูกนายไก่ มาซื้อพระต่อไปในราคา สามพันโดยนายป๋องก็ไม่รู้ว่าราคากลางเท่าไร แต่นายไก่ดันไปขายให้เซียนพระในราคาแสนสอง อย่างนี้ก็เรียกว่านายไก่ "ตกควาย" นายป๋อง คับพ้ม

ออฟไลน์ pui

  • Administrator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1268
แล้วมีคำศัพท์ ที่ มี ความหมายว่า อย่างนี้ไหมครับ
ไปซื้อจากที่เขาขายๆกัน โดยเข้าใจผิดว่าเป็นของจริง พอซื้อมาแล้วกลับไม่ใช่ของจริง
อย่างนี้ล่ะครับ ว่ายังไง  ;D ;D ;D ;D ;D

ในศัพท์พวกนี้ มีพวกลองกำลังพระเครื่องได้ นี่หมายความว่ายังไงครับ
 ;D ;D ;D ;D

ออฟไลน์ kimhyunwoo

  • Real_ac108
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 41
    • อีเมล์
เช่าพระเก๊มา ศัพท์เขาเรียกว่า "โดน" ครับ จะห้าบาทหรือห้าสิบล้านบาทก็เรียกว่า "โดน"
เวลา "โดน" แล้วก็มักอารมณ์เสียกันเป็นธรรมดา ดังนั้นก็ต้องแนะนำภูมิคุ้มกัน "โดน" กันให้สักนิด ผมว่า Immunization เนี่ยดีที่สุดแล้ว
ใครคิดเช่าพระต้องอ่านให้ดีนะ
1 อย่าโลภ เช่นเจอใครหรือร้าน มาปล่อยพระในราคาที่ต่ำเกินจริงโดยที่เรายังลงกล้องไม่ขาด หรือ ดูแล้วยังไม่แท้ตาเปล่า ก็อย่าเด่ว "โดน"
2 อย่าใจร้อน ถ้าจะเก็บพระจะเอาสวย ซื้อที่เดียวจบไม่ต้องไปแห่ต่อ หรือต้องคอยไปเปลี่ยนมือเวลามีองค์ที่เนื้อหรือพิมพ์สมบูรณ์กว่า ก็จงตั้งใจรอ
                 แต่ก็ต้องตามสายพระของตัวเองด้วยนะ ไม่ใช่นั่งสวดมนต์รอ อย่างนี้หลวงพ่อคงไม่มาตามอาราธนาแน่ๆ เชื่อเหอะ มีวาสนา ท่านก็ต้อง
                 มา
3 อย่าขาดการศึกษา จะเก็บพระองค์ไหน ศึกษาดูนิดนึงก่อน ไม่ใช่ว่ามีตังค์ รู้จักเซียนแล้วซื้อดะ ก็หัวแตกดะได้นะ พระอาจไม่เก๊หรอก แต่การเก็บ
                 ของเราจะให้ได้ทั้งคุณค่าและราคาก็ต้องดู ดีมานด์ ซัพพลายหน่อย พระที่เป็นองค์ระดับเป็นที่ต้องการก็ต้องมาเป็นเช็คลิสต์แรกๆ
                 แต่ถ้าเป็นองค์ที่เราชอบเองจริงๆ อันนั้นก็ยกเว้น อย่าไปเก็บตามปากเซียนล่ะ เด่วจะกลายเป็น "อยู่กับก๊ง" (ไว้มาอธิบายอยู่กับก๊งนะ)

ออฟไลน์ pui

  • Administrator
  • Hero Member
  • *
  • กระทู้: 1268
ศัพท์ฟังดูพิลึกๆดีจังครับ  ;D ;D ;D ;D
เข้าใจว่าในรุ่นเรา มีคนเล่น พระเยอะ ไม่ทราบว่าพี่ทำไมสนใจเล่นพระครับ
ส่วนใหญ่คนรุ่นพ่อเรา จะเริ่มราวๆอายุสัก 40ปลายๆ-99 แต่ไหงมารุ่นเรา กลายเป็น เริ่มที่ 30ต้นๆ
ไม่ค่อยเข้าใจพฤติกรรมเท่าไหร่ หรือเป็นเพราะมันขายได้ตัง เลยสนใจแต่แง่มุม
พุทธพาณิช

     อีกอย่าง คือเข้าใจว่า คนเล่นพระสมัยก่อนๆ ต้องรักษาศีล และสวดมนต์กันเป็นประจำ
ไม่งั้นอาจโดนของได้ และเข้าใจว่า พวกที่มาจากกรุบางทีต้องคำสาปไว้ เพราะเนื้องจาก
มีการขโมยเขามา ก็เลยมีการสาบแช่งต่อมาด้วย และคนสมัยก่อนที่เล่นพระอาศัยเข้าไปหา
ครูบาอาจารย์ แล้วก็เช่ามาในราคาอย่างมากก็ไม่กี่ร้อยบาท เพื่อมาบูชา พอนานเข้า ก็มีเยอะ
แล้วก็แจกจ่ายไปให้เพื่อนฝูงญาติมิตรบ้างตามสมควร บางทีครูบาอาจารย์ก็แจกให้เรา ในฐานะ
ที่เราไปช่วยงานวัด เป็นกรรมการช่วยเหลือวัด ทำบุญที่วัดบ่อย ผมว่า เล่นพระอย่างนี้ ไม่น่ามี
โทษนะครับ

        คือเรื่องของเรื่องผมมีเรื่องเล่าเยอะน่ะครับ แต่ผมไม่ได้เล่นพระ ไม่มีสักองค์ ได้มาก็แจก
ต่อไป ไม่มีเก็บไว้ เพราะแต่ก่อนคนที่บ้านเล่นพระแล้วโดนของก็มี เพราะไม่รักษาศีล
 หรือไม่ก็มีเพื่อนบ้านเล่นพระแล้ว   ลองกำลังพระได้ คือดูว่าที่ได้มาเป็นองค์จริงหรือปลอม
จากการลองพลังจิตที่ฝังไว้ในพระเครื่อง สุดท้ายก็ตายเพราะพระเครื่องเหมือนกัน
 แต่ก็ซื้อหาพระเครื่องที่ว่ามีค่าได้มามากและราคาถูกด้วย
 มีญาติก็ทำพุทธพานิช แต่ไม่เคยสนใจรักษาศีล หรือสวดมนต์ เงินได้มาง่าย
แต่ก็ฉิบหายกันอย่างทวีคุณ  มีเรื่องเล่าอีกมากแต่ดูแล้วก็เห็นเหมือน
จะงมงายนิดหน่อย เรื่องของหรือคุณไสย์ โดยเฉพาะเพื่อนผมในรุ่นนี่แหละ ครอบครัวเขาโดนมาเยอะ
แต่พวกเขาไม่ได้เล่นพระ แต่รู้จักกับครูบาอาจารย์ ท่านก็ช่วยเหลือ ซึ่งผมก็รู้จักครูบาอาจารย์ และผมเคย
ได้รับคำแนะนำให้มาบอกที่บ้านว่าทำไมถึงฉิบหาย นอนไม่หลับ ฝันร้าย ท่านบอกว่ามันต้องคำสาปแช่ง
เพราะมันโดนขโมยมาไม่รู้กี่ทอดต่อกี่ทอด คนทีบ้านเลยต้องเอาที่สะสมมาทั้งหมด ถวายวัดไป แล้วก็ดีขึ้น
 ผมว่านะ โดยเฉพาะ ของดีจากกรุและราคาถูก 

  ผมฟังจากครู
บาอาจารย์ชั้นหลังๆ ท่านบอกว่าเมื่อท่านได้พระเก่าๆมาก็จะเก็บไว้ในไห หรือโอ่ง จากนั้นถ้ามีการสร้าง
พระพุทธรูป ท่านก็มักจะฝังเอาไว้ใต้ฐานพระ ส่วนใหญ่มักไม่เอามาแจกต่อ อาจด้วยเหตุผลดังกล่าวด้วย
ครับ ว่าอาจมีของ ผมว่าก็น่าจะเป็นเหตุผลเดียวกันกับกรุสมัยก่อนๆ โปรดระวังนิดนึงนะครับ

        ถ้าเพื่อนๆศึกษาพุทธคุณ จะเห็นได้ว่าครูบาอาจารย์ที่เป็นพระป่า มักเข้าไปเจอเรื่องพิสดาร และมัก
พบกรุที่ฝังของมีค่ารวมถึงพระพุทธรูป เมื่อท่านเข้าไป ท่านพบว่ามีการฝังหรือผูกผี หรือคำสาบให้เฝ้าสม
บัติเหล่านั้นด้วย ท่านมักใช้พุทธคุณ คือพลังจิตของท่านที่ฝึกดีแล้ว เข้าไปแก้ไขบ้าง แต่ท่านก็ไม่ได้
เอาสมบัติอะไรติดตัวออกมา และท่านก็มักสอนเรื่องพุทธคุณว่าให้ทำให้มากดีกว่ามีพระเครื่องมากมายนัก
        ถ้าเรื่องพุทธคุณผมก็มีเรื่องเล่าอีกมากเหมือนกัน โดยเฉพาะเพื่อนๆผมที่สนใจพุทธคุณ เคยรถคว่ำ
บี้ไปทั้งคัน คนสีคนในรถ มีแผลถลอกเล็กๆ บางคนไม่มีแผลเลย เป็นผลจากพุทธคุณครับ ไม่ได้ห้อยพระ
แต่ไปรับเอาวิธีการฝึกพุทธคุณเอามาไว้ในใจจากครูบาอาจารย์

 ถ้าเพื่อนๆ รู้สึกมึนๆ
หรือมีอาการอย่างอื่นๆ ได้โปรดทำบุญรักษาศีลเยอะๆนะครับ  ;D ;D ;D ;D ;D ;D หรือถ้าอยากรู้วิธี
ปลุกเสกพระด้วยตนเองก็ทำได้นะครับ ลองถามครูบาอาจารย์ดู จะได้พุทธคุณเพิ่มด้วยครับ
ถ้าเป็นไปได้ กรุณาเข้าวัดแล้วเล่นพระใหม่ๆเถอะครับ พระเก่าๆถ้าไม่ได้มาจากพ่อแม่ครูบาอาจารย์
หรือจากมรดกตกทอดกันจริงๆ มักมีของทั้งนั้น โดยเฉพาะที่เราซื้อมา เราก็มักหวังจะขายต่อได้ราคากัน
เกือบทุกคน มันคือความโลภครับ เมื่อโดนขโมยไปส่วนใหญ่ก็จะทำการแช่งกันต่อๆไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าซื้อมาสะสม หวังพุทธศิลป์ และพุทธคุณอย่างเดียวก็ขอแนะนำให้รักษาศีล เจริญพุทธมนต์เอาไว้
ร้ายก็จะกลับเป็นดีได้ และดีกว่า พุทธพานิชอย่างเดียวครับ

      คือผมอยากจะเล่า เพราะมีประสบการพิลึกๆมากมายครับ และอีกอย่าง

      อยากรู้ว่าเพื่อนๆ เริ่มต้นยังไงกันนี่ ไม่ค่อยเข้าใจ  ;D ;D ;D ;D ;D ;D ;D
 ;D ;D ;D ;D ;D

ออฟไลน์ kimhyunwoo

  • Real_ac108
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 41
    • อีเมล์
เพิ่งอ่านทู้ตอบนี่ ยาววววว เลยเดอะปุ๋ย
อันตัวเราน่ะไม่ได้เป็นเซียนหรือเล่นพระเครื่องตามสนามกะเค้าหรอก
มีสะสมแค่สามสี่องค์เอง ก็ได้มาจากการ "ช้วนพระ" ล่ะครับ คือพวกเล่นพระถังแตกหรือหมุนเงินไม่ทันก็
มากู้เราแล้วก็เสนอวางพระของเค้ากับเรา ไอ้เราก็ต้องไปแห่ตามสนามพระกับพวกเซียนให้ดูให้ว่าแท้ป่าว
พอแท้ก็ค่อยปล่อยกู้ให้ อย่างน้อยก็เป็นหลักทรัพย์ได้บ้างดีกว่าให้กู้ไปแบบลอยๆ
ทีนี้พอมีโอกาสเข้าสนามพระบ่อยๆเพื่อการณ์นี้ก็ต้องมีการศึกษาสังคมของคนพวกนี้บ้าง
แต่เราก็มีความคิดแบบ biad นะว่าวัตถุมงคลพวกนี้พระท่านที่ปลุกเสกสร้างมาก็ด้วยวัสดุราคากิโลละไม่ถึงสิบ
บาทแต่ทำไมเวลาค่านิยมตามวันเวลาและเหตุการณ์ที่เค้าเรียกว่าประสบการณ์กับพระเครื่องเป็นตัวปลุกกระแส
ให้ราคามันถีบตัวได้ขนาดนี้ และอีกอย่างคือความเป็นเซียนพระของพวกร้านใหญ่ต่างๆเนี่ยมันเหมือนเป็น
แรงดึงดูดให้คนที่อยากได้พระเครื่ององค์นั้นๆพยายามเอาชนะและแข่งขันเพื่อชูตัวว่าเรามีปัญญาหาเงินมาเพื่อ
เช่าพระราคาสูงๆได้ แต่ท้ายสุดก็เซียนพระอ่ะแหละที่ได้ตังค์
สรุป จะเล่นพระต้องพร้อมถึง M  และก็ กุยังไม่โปรหรือหลงรักพระเครื่องหนาดนั้นเพียงแต่รู้ไรก็มาเล่าๆกัน

ออฟไลน์ kimhyunwoo

  • Real_ac108
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 41
    • อีเมล์
เพิ่มเติม สำหรับทู้เนี่ยก็เพื่ออยากให้เพื่อนที่สะสมไปแล้วหรือเพิ่มเริ่มได้เห็นมุมมองหลายๆด้าน
เพราะผมเป็นคนนึงล่ะที่เห็นเพื่อนๆที่เรียนมาด้วยกันหลายคนไปหลงไหลกับวัตถุมงคลแต่ตัวเองกลับไม่ทำความดี ศีลธรรมไม่มี เป็นต้น บางคนเสียเหลี่ยมพวกส่งพระ หาพระ สูญเงินไปเกือบล้านก็มี แล้วเอาคืนก็ไม่ได้
อยากให้รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมคนพวกนี้สักนิด
        สำหรับพระกรุ พระขุนแผน วัดบ้านกร่างองค์นี้ ที่ผมใช้ตั้งทู้ ได้มาจากรุ่นน้องคนนึงที่เค้าสะสมพระเนื้อดิน
อยู่แล้วและเค้าก็แบ่งให้ และที่เก็บไว้เพราะความเป็น antique ขององค์พระนั่นเอง ถ้ามีใครอยากได้ก็ราคาตามนั้นแหละ